คิดบวก…หรือคิดลบดีนะ????

คิดบวก…หรือคิดลบดี????

นายหมอยา

 

สมัยนี้เวลาเจอเรื่องเครียดๆ ในชีวิตประจำวัน เวลาไปปรึกษาใครเรื่องแบบนี้ ก็มักจะได้รับคำตอบว่า “ให้คิดบวกเข้าไว้นะ” ซะเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่สิ่งที่สอนในโรงเรียนนับตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึง ระดับมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโท-เอก ก็ยังสอนกันเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตรงกันข้ามกับ “คนใช้” ที่บ้านครับ (ส่วนผมมัน “คนรับใช้” ครับ ฮ่าๆๆๆ) เธอมักมีความคิดกับเรื่องนี้ว่า “ต้องคิดลบเข้าไว้” ทำไมเธอคิดอย่างนี้นะเหรอครับ เธอบอกว่าโลกเราทุกวันนี้มันโหดร้าย ผู้คนมีหลากหลายรูปแบบ สังคมอยู่กันแบบแก่งแย่งแข่งขันกันมากขึ้น มีหักหลัง มีก้าวข้ามกันเพื่อเป็นใหญ่ ยึดถือผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าส่วนรวม และอีกสารพัดสารเพที่เธอให้เหตุผลมาครับ (ผมมานั่งคิดดูดีๆ อืมมมมม….มันก็จริงของเธอนะ) ถ้าโลกของเรามันเป็นซะอย่างนี้ หากเรายังมัวมาคิดบวกอยู่ เราอาจถูกคนอื่นเค้าหลอกให้ตกเป็นเหยื่อ เป็นเบี้ยล่าง ถูกคนเอารัดเอาเปรียบ หรือถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือได้ …. แล้วเราจะคิดบวกหรือคิดลบดีล่ะเนี่ย???

สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าควรนำทั้งการคิดบวก หรือ Positive thinking และการคิดลบ หรือ Negative thinking มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เราควร “คิดบวก” เมื่อเวลาเราเจอกับ “ความทุกข์” หรือ “ไม่สมหวัง” หรือ “ช่วงยากลำบากในชีวิต” เช่น

  • เวลาถูกคนรักทิ้ง ก็คิดซะว่า โชคดีแล้วล่ะ เราจะได้มีโอกาสเจอสิ่งใหม่ๆในชีวิต
  • เวลาเจอคนไม่ดี ก็คิดซะว่า อ๋ออออ…นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะ ขอบคุณนะที่ทำให้รู้ว่า อย่างน้อยชั้นก็ดีกว่าเธอนะ (ประชดเล็กน้อย)
  • เวลาที่อยู่ในช่วงวิกฤตของชีวิต ก็คิดซะว่า ทำยังไงนะ ที่พลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส
  • เวลาที่เจอปัญหา ก็คิดซะว่า …เนี่ยคงถึงเวลาให้เราได้แสดงฝีมือซะทีนะ (พอดีกำลังนั่งดูละครอยู่ เพื่อนพระเอกก็ปลอบพระเอกว่า “…ดีแล้วล่ะเพื่อน ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้เครียด” เอออออ เข้ากับเรื่องที่กำลังเขียนพอดีเลย)

แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่เราควร “คิดลบ” สำหรับผมเอาไว้คิดตอนที่เราอยู่ในสภาวะ “สบายๆ” หรือเมื่อรู้สึก “ปลอดภัย” ทำไมควรคิดลบในเวลานี้นะเหรอ …. ก็เพราะว่า เราจะได้ไม่ลืมตัว เราจะได้ระวังตัว ชีวิตมันเป็นวัฏจักร มีขึ้นก็มีลง มีสูงก็มีต่ำ มีสมหวังก็มีผิดหวัง …. หากวันใดชีวิตเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ขึ้นมา เราจะได้มีภูมิคุ้มกัน ไม่ดีใจมากเมื่อสมหวัง ก็ไม่เสียใจมากเมื่อผิดหวังเช่นกัน น่าจะตรงกับคำสอนในศาสนาพุทธเราที่ให้เลือกเดิน “ทางสายกลาง” ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป อย่าไปยึดติดมาก …. สาธุ๊

ปล. ขอยกเครดิตบทความนี้แก่ “คนใช้ที่บ้าน” ครับ เพราะเธอทำให้ชีวิตผมรอบคอบขึ้น มองรอบด้านมากขึ้น ขอบคุณนะ “คนใช้ที่รักของฉัน”