บทบาทของสภามหาวิทยาลัย

บทบาทของสภามหาวิทยาลัย

นายหมอยา

IMG_0739

เมื่อก่อนตนเองไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องข่าวสาร-การเมืองซักเท่าไหร่ ชอบด้านกีฬา ความบันเทิงซะเป็นส่วนใหญ่ ชอบดูหนัง ฟังเพลงไปเรื่อยครับ มองเรื่องการเมืองเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก ซับซ้อน วุ่นวาย เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เป็นเรื่องของผู้บริหาร ซึ่งต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการคิดนโยบาย แต่เมื่อตนเองมาทำงานด้านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา นอกจากจะเป็นอาจารย์ผู้สอนแล้ว บางทียังต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการวางแผนในภาพรวมซึ่งต้องนำนโยบายในระดับประเทศมาใช้ในการวางแผน และแน่นอนไอ้เจ้านโยบายเนี่ยมันมาจากนโยบายทางการเมืองในร่มใหญ่ในระดับประเทศครับ เมื่ออยู่นานๆเข้า สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องรู้  ต้องรับทราบในชีวิตประจำวัน หากขาดหรือพลาดข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ก็อาจส่งผลให้การทำงานหรือการตัดสินใจผิดพลาดได้ ทำให้ตนเองชอบที่จะติดตามข่าวสารอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันนอกเหนือจากข่าวการเมืองแล้ว ข่าวที่เกี่ยวกับแวดวงการศึกษาตนเองก็จะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ติดตามตั้งแต่การศึกษาระดับขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับอุดมศึกษาเลย

ข่าวล่าสุดที่อยากนำมาบอกเล่าต่อคือ ข่าวการ “ปลด” อธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลังจากมีกระแสข้อร้องเรียนหลายประเด็นตั้งแต่การสั่งแก้เกรดให้ลูกชายตัวเอง การปรับแก้ระเบียบการรับนักศึกษาปริญญาเอก ที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ตลอดจนการทำงานร่วมกับคณบดีอื่นๆไม่ได้ เมื่อมีข้อร้องเรียนขึ้นมามหาวิทยาลัยก็ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อได้ผลมาเช่นไรสภามหาวิทยาลัยก็นำมาพิจารณา นำไปสู่ข่าวการปลดในที่สุด เกี่ยวกับประเด็นนี้ไม่ใช่เป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยศิลปากรและมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมมาก่อน ด้านฝั่งของนักวิชาการมองกรณีนี้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเกี่ยวกับการถ่วงดุลอำนาจผู้บริหารให้บริหารงานอย่างถูกต้องและยึดถือ “ธรรมาภิบาล” เป็นหลัก ในอดีต “สภาสถาบัน” มักคล้อยตาม “อธิการบดี” แต่ปัจจุบันพบแนวโน้มว่าหากอธิการบดีปฏิบัติไม่ถูกต้อง สภามหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องคล้อยตาม แต่หากสภามหาวิทยาลัยยังนิ่งเฉยต่อการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องนั้น ก็ย่อมแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของสถาบันและสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอ ไม่มีประสิทธิภาพของสภามหาวิทยาลัยนั้นๆ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข่าวนี้น่าจะไปสะกิดเตือนสภาสถาบันต่างๆ ว่าถึงเวลาแล้วที่พวกท่านต้องกลับมาทบทวนการทำงาน ตรวจสอบและขับเคลื่อนการดำเนินงาน และการปฏิรูประบบธรรมาภิบาล เพราะพวกท่านเป็นส่วนหนึ่งที่จะกำหนดว่า จะให้ “สถาบัน” ก้าวไปข้างหน้า หรือจะให้ถอยหลัง ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของ “บัณฑิต” ที่ท่านผลิตด้วยเช่นกัน ดูว่าท่านจะใส่ใจกับอนาคตของพวกเขาเช่นไร….