มนุษย์ผู้ชาย…มนุษย์ผู้หญิง

มนุษย์ผู้ชาย…มนุษย์ผู้หญิง

นายหมอยา

 

หลังจากที่ผมเขียนบทความต่างๆ ลงเวบไซต์นี้มาร่วม 7 เดือน หลักๆ ก็จะเขียนเรื่อง “ยา” มี “คิดดังๆ” มาแทรกบ้าง เพื่อไม่ให้คุณผู้อ่านเลี่ยนกับเรื่องของยามากเกินไป… ระยะหลังๆ “คนใช้” ได้บ่นให้ “คนรับใช้” คนนี้ เขียนเรื่องของ “เรา” มั่งสิ …. ผมก็ได้แต่ตอบเธอกลับไปว่า … จริงๆ ผมก็ซึ้งและขอบคุณกับสิ่งที่เธอทำให้อยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่ ..”เขียนเรื่องของเราแล้ว…คนอ่านจะได้อะไรล่ะ????” … เธอก็เงียบจ๋อยไป

มนุษย์ผู้ชาย….

ผมเคยมองรุ่นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือรุ่นคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็สงสัยว่าทำไมพวกท่านถึงอยู่ด้วยกันจนแก่จนเฒ่าได้นะ (ถึงแม้บางคู่จะมีแยกทางกันบ้าง แต่ก็ค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน) ด้วยความที่ตัวเองก่อนหน้านี้ (สมัยเป็นวัยสะรุ่นจนถึงอายุประมาณซัก 26-27 ปี) เป็นคนที่มีความอดทนค่อนข้างน้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใครที่ไม่สนิท พูดน้อย และก็ไม่แคร์คนมากซักเท่าไหร่ … อาจจะเป็นเพราะตัวเองนั้นอาจจะชินกับการที่ต้องต่อสู้อะไรด้วยตัวคนเดียว และไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ (หากไม่จำเป็นจริงๆ…จำเป็นธรรมดาก็จะไม่ขอความช่วยเหลือเช่นกัน 555) … หากไม่พอใจอะไร ไม่ชอบอะไรหรือกับใคร ก็มักจะไม่ทน … แต่ก็ไม่ได้เป็นคนรุนแรงอะไรนะครับ ไม่ชอบคือไม่สนใจ ไม่ยุ่งเกี่ยว สิ่งนั้นหรือคนๆ นั้น จะหายไปจากชีวิตเลย … ไม่ง้อคนด้วยครับ นั่นเป็น “มนุษย์ผู้ชาย” ในแบบที่เป็นผมครับ… ด้วยสาเหตุหลายๆ อย่างข้างต้น ผมจึงไม่เเปลกใจเลยที่วัยรุ่นสมัยนี้ไม่พอใจอะไรได้ง่ายเหมือนๆ กัน (กับเรา) เปลี่ยนแฟนหรือมีข่าวเลิกรากันอยู่บ่อยๆ และทุกวันนี้ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเป็นสมัยก่อนคงเป็นเรื่องใหญ่มาก … สาเหตุคงมาจากหลายๆ อย่าง ยุคสมัยเปลี่ยนไป ค่านิยมเปลี่ยนไป โลก (ทางวัตถุ) ของเราเจริญขึ้น คนเห็นคุณค่าของวัตถุมากกว่าจิตใจ ชีวิตเร่งรีบมากขึ้น คนเรามีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง (ไม่ร่วมถึงการปฏิสัมพันธ์กันผ่าน facebook, line, whatapp หรืออื่นๆ ที่มากขึ้น เพราะผมถือว่าความสัมพันธ์เหล่านี้มัน “ไม่จริง” ครับ) และท้ายที่สุดผมว่ามันทำให้เรา “อดทน” กันน้อยลงครับ

ความคิดของผมมาเปลี่ยนเอาอีตอนอายุเลยหลัก 27 ปีครับ เรียกว่าเปลี่ยนกันในลักษณะที่เรียกว่า “ก้าวกระโดด” กันเลยทีเดียว ผมมีความอดทนเพิ่มมากขึ้น ยอมรับกับสิ่งที่ไม่ตรงกับเราเพิ่มมากขึ้น เร่ิมมีง้อคนอื่นบ้าง … ความคิดเปลี่ยนมากๆจนเห็นได้ชัดตอนอายุจะเข้าสามสิบครับ  หากคนส่วนใหญ่ตายตอนอายุ 60 อายุสามสิบเนี่ยน่าจะเรียกได้ว่าเป็น “วัยกลางคน” ก็ต้องยอมรับเลยครับว่าความคิดเปลี่ยนไปมากๆ … มันเหมือนราวกับกับว่า ผมเริ่มโตเป็น “ผู้ใหญ่” (ช้าไปรึเปล่าเนี่ย….ผมว่าหากผู้ชายคิดจะมีครอบครัวหรือแต่งงาน อายุประมาณเนี้ยกำลังโอเคเลยครับ) … ส่วนหนึ่งมันมาจากการที่เราได้ใช้ชีวิตผ่านหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างมาแล้ว มีทั้งดี ทั้งไม่ดี ทั้งทำสิ่งที่ดีงาม ในทางตรงกันข้ามสิ่งที่เลวร้ายเราก็ได้ทำมันมาแล้ว ชีวิตจึงมีทั้งความสุขใจเมื่อได้ทำสิ่งที่ดีๆ และมีทั้งความทุกข์ใจ รู้สึกผิดบาป เมื่อทำส่ิงที่ไม่ดีลงไป แล้วเราก็เอาสิ่งผิดพลาดเหล่านี้แหละมาเป็น “ข้อคิด” ในการใช้ชีวิตในช่วงปีหลังๆ มานี้ … จึงเรียกช่วงวัยนี้มี “บทเรียนชีวิต” อยู่พอสมควร … นั่นมันก็ทำให้ผมเป็น “มนุษย์ผู้ชาย” ในแบบของผมอีกเช่นกัน

มนุษย์ผู้หญิง

ผมกับ “คนใช้” ของผม แต่งงานกันมาปีนี้ (20 กรกฎาคม 2557) ก็ครบ 1 ปี พอดีครับ … “เรา” ค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นอายุที่ค่อนข้างห่างกันมาก (มากจริงๆนะครับ…แต่ไม่อยากบอกเลยครับว่าห่างกันตั้ง 13 ปีครับ…ผมอาย) พออายุมันห่างกันความคิดมันก็พลอยแตกต่างกันไปด้วย แล้วยังมีความเป็นเพศชายเพศหญิงเข้ามาอีก เรียกว่าแทบไม่เหมือนกันเลย … แต่ดีหน่อยครับที่ “คนใช้” ของผม เค้าไม่เที่ยวกลางคืน ชอบทำกับข้าว เสาร์-อาทิตย์ก็ซักผ้า รีดผ้า … บางวันที่เธออารมณ์ดีหน่อยก็จะคอยถอดชุดให้ผม ถอดถุงเท้าให้ (อันนี้นอกจากแม่ผมแล้ว ก็มีเธอคนนี้แหละครับที่ทำให้) เสิร์ฟน้ำเย็นเวลากลับจากร้านมาเหนื่อยๆ ถ้าวันไหนเจอ feel ประมาณนี้นะครับ … วันนั้นมีความสุขที่สุดเลยยยยยยยยย … นี่ก็เป็น “มนุษย์ผู้หญิง” ในแบบของเธอเช่นกัน

พออยู่กันมาครบ 1 ปี …. เอ๊าาาาาา ครบปีแล้วเหรอเนี่ย … เร็วเหมือนกันนะ …. ครอบครัวก็เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ นั่นแหละครับ มีดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง งอนกันบ้าง ง้อกันบ้าง …. เวลาทะเลาะกันหรืองอนกัน ผมถึงรู้ว่า…ตัวเองมี “ความอดทน” เยอะมากขึ้นแค่ไหน และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมพบตั้งแต่เราอยู่ด้วยกันมา ในเวลาที่โกรธให้กัน … ผมมักมีคำถามให้กับตัวเองอยู่คำถามหนึ่งคือ “แล้วเรารักเค้ามั้ยวะ??” ถ้าคำตอบมันคือ “เรารักเค้า” ผมก็มักจะถามคำถามต่อมากับตัวเองคือ “แล้วทำไมเราไม่ให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นล่ะ??” … แล้วมันก็ทำให้ผม “เย็นลง” และปรับความเข้าใจกันได้ และจากการเรียนรู้นานวันเข้า….ผมก็พบความจริงของความเป็น “มนุษย์ผู้หญิง” อีกอย่างครับ คือ 1) เค้าต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ (เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะยังไง… คุณผู้ชาย คุณต้องง้อครับ) 2) ต้อง “ตามใจ” (หากเธออยากได้อะไร อย่าขัดใจ … เออออไปจะดีเอง) และ 3) ต้อง “เอาใจ” (หากมีอะไรเซอร์ไพรส์ได้ยิ่งดี … คุณผู้หญิงเค้าชอบ คิดว่าคงเป็นเพราะเค้ารู้สึกว่าเราเห็นความสำคัญและใส่ใจเค้ามั้งครับ) …

สรุปครับ…คุณผู้ชายทั้งหลาย คุณต้อง

1) อดทน

2) เอาใจ

3) ตามใจ

4) ให้อภัย

5) ง้อ

ถ้าทำได้ขั้นต่ำตามนี้…คิดว่าครอบครัวของทุกท่านจะมีความสุข สดใส … แน่นอนนนนนนนนนนนนน ครับ …. Confirm!

รูปภาพ

ปล. นอกจากเดือนนี้จะเป็นเดือนที่ครบรอบวันแต่งงานของเราครบ 1 ปี แล้วยังเป็นเดือนวันเกิดของ “คนใช้” ของผมด้วย (Happy Birthday นะคะ) มันจึงทำให้ผมอยากแบ่งปัน “สิ่งที่เราได้เรียนรู้กันและกัน” ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน … หากใครมีอารมณ์ร่วมเดียวกันกับผม คงจะมีประโยชน์กับคุณผู้อ่านอยู่บ้าง … ผมคิดชื่อหัวข้อนี้อยู่นานมากตั้งแต่ “ทำยังไงน้าาาา….ความรักของเราจะยิ่งยืนนานนนน….” “1st Anniversary Wedding Day” ไปจนถึง “อดทน เอาใจ ตามใจ ให้อภัย ง้อ” ท้ายที่สุดก็มาลงเอยที่ “มนุษย์ผู้ชาย…มนุษย์ผู้หญิง…” นี่แหละครับ…