เรื่องของการเมือง….

เรื่องของการเมือง….

นายหมอยา

ท่ามกลางความวุ่นวาย ความยุ่งเหยิง และสภาวะสุญญากาศของการเมืองไทยอยู่ในขณะนี้ ท่ามกลางการทุจริตไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบายหรือทุจริตในหน้าที่ของข้าราชการประจำหรือ ข้าราชการการเมือง ทำไมประเทศชาติของเราถึงเป็นอย่างนี้วะ…. ผมบ่นในใจดังๆ

ผมลองคิดย้อนกลับไปทบทวนเรื่องราวต่างๆ ดู… นับตั้งแต่สถาบันครอบครัวเล็กๆ ที่ประกอบ ดัวยพ่อ แม่ และลูกๆ เมื่อตอนที่พ่อกับแม่ไม่ลงรอยกัน เห็นต่างกัน เวลาจะหาคะแนนเสียง เข้าข้างฝ่ายตนจากลูกๆ ก็มักมีการติดสินบนด้วยการซื้อของเล่นบ้าง พาไปซื้อขนมบ้าง พาไปเที่ยวบ้าง … เออออออ เอาเข้าจริงๆ ผมก็เริ่มรู้จักกับการ “ติดสินบน” มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะครับ พอผมโตมาจะเลือกหัวหน้าชั้น พอตอนที่เพื่อนมันอยากเป็นหัวหน้าชั้น มันก็ทำดีกับทุกคน นะครับ ให้ยืมโน่นยืมนี่ ปากกา ดินสอ ยางลบ แทบไม่ต้องพกไปโรงเรียนกันเลยทีเดียว พอโตมาอีกหน่อยจะเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ทราบมั้ยครับว่าเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านนั้นที่บ้านผม ผู้สมัครแต่ละคนหมดเงินไปกันหลายแสนบาท หมดไปกับอะไรนะเหรอครับ ก็หมดไปกับการซื้อเสียงนั่นแหละครับ … ถามว่าทำไมต้องแจกเงินซื้อเสียง ทั้งที่เงินเดือนผู้ใหญ่บ้านจริงๆไม่กี่พันบาท ทำงานกี่ปีถึงจะได้เงินคืน (หรือว่ามันมีอย่างอื่น ที่สามารถถอนทุนคืนได้นะ??)… คำตอบคงเป็นก็ใครๆเขาก็แจก ถ้าไม่แจกชาวบ้าน ก็จะไม่เลือก มันก็เข้ากับคำพูดที่ว่า “เงินไม่มา กาไม่เป็น” แจกน้อยก็ไม่เลือก ต้องแจกให้มากกว่าคนอื่น ชาวบ้านเมื่อรับเงินแล้ว เหมือนติดหนี้บุญคุณ ก็ต้องเลือกให้เขา … ด้วยเหตุนี้กระมังครับ การแจกเงิน “ซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ถึงยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน พอจบมาทำงาน…ในหน่วยงานก็มีการเล่นพรรคเล่นพวก พวกมากลากไป ออกนโยบายที่ให้ ฝ่ายตนเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด ใช้ประชาธิปไตยที่เน้นเสียงข้างมากในทางที่ผิด ทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง คนที่คิดดี ทำดี แต่ไม่มีพรรคพวก ก็ต้องแพ้ไป… การเมืองในระดับชาติ ตลอดจนระบบราชการในบ้านเราก็คงไม่ต่างกัน เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้นะ ผมลองคิดดู ก็อาจจะพอได้คำตอบว่า …ก็เติบโตมาในครอบครัวที่ชินกับการติดสินบนมาตั้งแต่เด็ก คนในหมู่บ้านก็ชินกับการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ที่ทำงานก็ชินกับการได้รับผลประโยชน์ทับซ้อน… พอ “คุ้นชิน” กันแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่มันจะกลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ไป ประชาธิปไตยที่เรามีกัน มันจึงเป็นแบบไทยๆ ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ดังนั้น “การปฏิรูป” ที่เราคาดหวังกันนั้น อาจจะเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น

สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ อย่างผมคงได้แค่เพียง “ผลิต” คนรุ่นใหม่ออกไป ให้คิดเป็น ทำในสิ่งที่ถูก ไม่นึกถึงเฉพาะตน ให้นึกถึงชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ … อาจไม่เห็นผลในเร็วๆนี้ แต่ผมหวังว่า “คนรุ่นใหม่” เหล่านี้จะออกไปสร้างครอบครัวแบบใหม่ เลือกผู้ใหญ่บ้านแบบใหม่ มีแนวทางในการทำงานแบบใหม่ … เท่านี้ก็พอใจแล้วครับ